[Fic HP:VM(TR)/LM] Dark Mark EP8 **The end**

posted on 26 Jun 2011 18:37 by voldemortz in hpfic

Title : Dark Mark EP8 **The end**

Pairing : VM(TR)/LM

Rating: G

 

 

 

 

“วิ่งไป  ลูเซียส!”  ชายทั้งสองออกวิ่งไปเรื่อยๆอย่างไม่คิดชีวิต ท่ามกลางความมืดมิด

“อย่าหันหลังกลับมา!! วิ่งต่อไป!!!” ลมหายใจหอบถี่ บีบขั้วหัวใจ  เร่งฝีเท้าอย่างไม่คิดชีวิต

 

การเดินทางเพิ่งเข้าคืนวันที่สอง ตามกำหนดการแล้วต้องเป็นคืนพรุ่งนี้  ที่จะสิ้นสุดการจำศีลของจอมมาร

การตัดสินใจหนีออกมาของทั้งสอง โดยเฉพาะ ทอม ริ้ดเดิ้ล ได้สร้างความร้อนรนให้แก่จอมมารเป็นอย่างมาก

ทำให้แผนการที่วางไว้ว่าจะเดินทางถึงฮอกวอตก่อนอาทิตย์ตกดินพรุ่งนี้ ต้องเปลี่ยนเป็นภายในวินาทีนี้แทน!!

 

………………………………………………….

 

ตั้งแต่ช่วงเช้าวันนี้ จิตของจอมมารเข้ามารบกวนความคิดของทอม อยู่ตลอด เพราะการที่จอมมารมาอาศัยร่างกายเขาอยู่ ทำให้เป็นเรื่องช่วยไม่ได้ที่จะมีจิตสัมพันธ์ต่อกัน ซึ่งตัวเค้าเองก็รู้ดี จึงต้องใช้เวลาช่วงจำศีล เพราะเป็นเวลาที่จิตของจอมมารต้องปล่อยวาง ไม่รับรู้สิ่งใด เพื่อฟื้นฟูพลังกาย เพราะฉะนั้นช่วงเวลานี้จอมมารจึงไม่อาจเข้ามาในความคิดเขาได้  ทำให้เหมาะแก่การหนีที่สุด    

แต่อย่างไรก็ดี เมื่อผู้เสพความตายคนอื่นหาพวกเขาไม่เจอ อาจคาบข่าวไปแจ้งให้จอมมารทราบแน่นอน และเมื่อร่างกายที่เปรียบเสมือนเกราะป้องกันของตนเอง หนีไปเข้ากับพวกดัมเบิลดอร์ ศัตรูตัวฉกาจของตน ใครไหนเลยจะยอมปล่อยไปง่ายๆ

“ลูเซียส...ชั้น...คิดว่าจอมมารรู้แล้วว่าเราหนีออกมา”  ร่างที่นอนคู้อยู่ข้างกายเงยหน้าขึ้นมาสบตา ด้วยสีหน้าหวาดหวั่น

“ทะ...ทำไม...ถึงเร็วอย่างนี้....ถ้าไม่นับคืนที่เราหนีออกมา....จนถึงตอนนี้ก็เพิ่งผ่านไปสองคืนเท่านั้น....ไหนว่า..”

“ใช่...จอมมารจะจำศีลเป็นเวลาสองวันสามคืน....แต่ลืมคิดไปว่า..ถ้าคนอื่นพบว่าเราหนีออกมา...ต้องรีบไปบอกจอมมารแน่ๆ...แล้วร่างที่เป็นเหมือนชุดเกราะอย่างชั้นหายไป...ใครจะยอมกัน”  นัยน์ตาเศร้านึกเวทนาตนเอง

“ขอโทษด้วยลูเซียส...ที่ต้องดึงเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องบ้าๆแบบนี้” ปลายนิ้วเรียวรีบยกขึ้นมาแตะริมฝีปากนั้นไว้

“อย่าพูดแบบนี้อีก....ทั้งหมดที่เกิดขึ้นเพราะผมเต็มใจ” 

ริมฝีปากได้รูปยิ้มรับ พร้อมก้มลงบรรจงส่งรสจูบให้แก่ร่างที่โอบกอด ส่งลิ้นลิ้มรสคำพูดที่แสนหวาน ราวกับน้ำทิพย์ชะโลมจิตใจนั้นไว้เนิ่นนาน   

เมื่อละริมฝีปากออกจากกัน เกิดเป็นเส้นใยบางๆเชื่อมใจทั้งสองคนไว้ แม้อะไรก็จะไม่อาจทำให้พรากจากกันได้

“ขอบคุณที่คอยอยู่เคียงข้างชั้นมาตลอด...จะไม่ลืมเลย” ปลายนิ้วคลอเคลียพวงแก้มเนียน  “จะไม่มีวันลืมน้ำใจที่มอบให้”

มือเรียวจับผ่ามือนั้นแนบชิดกับแก้มตน

“ผมยินดี.....ขอบคุณที่ทำเพื่อผมมาตลอดเช่นกัน” หลับตาพริ้ม ซึมซับไออุ่นนี้ไว้ตราบนานเท่านาน

...............................

..............

เสียงฝีเท้าของผู้เสพความตาย  ไล่หลังตามมา

เสียงคาถาที่ยิงใส่กัน ดังสนั่นไปทั่วป่าต้องห้าม 

“ใกล้แล้ว!! ใกล้ถึงแล้ว!!!” ร่างที่อยู่ด้านหน้าสุดหันมาบอกอีกคน พร้อมกับยิงคาถาพิฆาตใส่ผู้เสพความตายรวมทั้งผู้คุมวิญญาณที่ล่องลอยอยู่ทางด้านหลัง

เพียงนิดเดียวเท่านั้น ใกล้จะถึงเขตม่านบาเรียที่ร่ายป้องกันโรงเรียนจากผู้บุกรุกแล้ว

“วิ่งต่อไปลูเซียส!! อย่าหยุด!!!”  ปากตะโกนบอกคนข้างหน้า ส่วนมือก็ทำหน้าที่ป้องกันพวกที่ไล่ตามมาอย่างไม่ลดละ ถ้าสู้กันตัวต่อตัว อย่าหวังว่าพวกนั้นจะเอาชนะเขาได้ เพียงแต่เวลานี้พวกมันมีจำนวนมากเหลือเกิน แถมร่างกายก็เริ่มล้าเต็มที  แต่ในใจก็ยังคงเข้มแข็ง กัดฟันวิ่งไปสู่จุดหมายด้านหน้า ไขว่คว้าความสุขที่ปรารถนาจะพ้นจากพันธนาการแห่งความชั่วร้ายเสียที

เพียงอึดใจเดียวเท่านั้น......

 

 

แต่ทว่า.........

ทันใดนั้นร่างของงูยักษ์ก็ปรากฏขึ้น  ดักตรงหน้าร่างชายผมบลอนด์ที่วิ่งมา กำลังจะถึงเขตปลอดภัยแล้ว เพียงไม่กี่ก้าว....

“จอมมาร!!!!” ร่างนั้นตะโกนขึ้น ตกใจสุดขีด  ใบหน้าของงูยักษ์ดวงตาสีแดงฉานพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว

ก่อนจะถึงตัวเขา คาถาของทอม ริดเดิ้ล ได้ยิงเข้ามาแทรกกลางได้ทันท่วงที พร้อมกับดึงร่างบางเข้ามาใกล้

 

“ทอม ริดเดิ้ล!!! แกกล้ามากนะ!!” เสียงแหบพร่าทรงอำนาจ ขู่ฟ่อ เปล่งออกมาด้วยความเคียดแค้นอย่างที่สุด  นัยน์ตาสีเลือดจ้องมองมาที่ร่างของคนทั้งสอง

 

งูยักษ์เลื้อยอย่างรวดเร็วหมายจะเอาชีวิตคนทั้งสองให้ได้

ทั้งสองทำได้แค่หนี เพราะไม่ว่าจะใช้คาถาอะไรก็ไม่อาจระคายผิวของมันได้

 

และแล้วร่างที่อ่อนล้าของลูเซียสได้เสียหลักล้มลง  ทำให้โดนรอยเขี้ยวของงูยักษ์ถากที่แขนซ้าย

 “ลูเซียส!!!” ร่างแกร่งคว้าที่เอวของอีกคน ประคองให้ลุกขึ้น เลือดที่แขนซ้ายไหลเป็นทาง 

ก่อนสิ่งอื่นใดทั้งหมด เขารีบเสกคาถาห้ามเลือดชั่วคราว พร้อมผ้าพันแผลพันไว้ ไม่ให้พิษจากเขี้ยวงูยักษ์แพร่กระจายได้

“อดทนไว้นะลูเซียส” แขนแกร่งยังคงประคองที่เอวอีกฝ่ายไว้ พร้อมพาหนีไปใกล้เขตป้องกัน 

 

ถ้าข้ามพ้นเขตนี้ไปได้ทุกอย่างก็จะจบ....

 

.......................................................................................................................

 

“ลูเซียส……ชั้นมีเรื่องสำคัญจะบอก” ร่างสูงเอ่ยขึ้น ขณะกำลังออกเดินทางต่อ

“เรื่องจุดอ่อนของจอมมาร...” ลูเซียสทำหน้างงเล็กน้อย ก่อนจะถามต่อ

“เรื่องนั้น....ไว้คุณไปบอกกับดัมเบิลดอร์เองจะดีกว่านะครับ”

ฝ่ามือแกร่งคว้าข้อมือเรียวไว้ เมื่อเห็นคนตรงหน้าทำท่าไม่สนใจ

“ไม่..เธอจำเป็นต้องรู้ด้วย....”  อีกคนหันมามอง ด้วยสีหน้าบ่งบอกประมาณว่า ‘อ่ะ  รู้ด้วยก็ได้’

“ตอนนี้พวกนั้นต้องรู้เรื่องฮอร์ครักซ์แล้วแน่ และกำลังตามหามันเพื่อทำลายทิ้งซะ”

อีกคนเริ่มทำหน้าสนใจมากขึ้น

“ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นของที่พวกเค้าน่าจะพอเดาได้ ซึ่งต่างก็เกี่ยวข้องกับฮอกวอตเกือบทั้งนั้น รวมทั้งเกี่ยวข้องกับตัวชั้นเองด้วย เช่น ไดอารี่เล่มนั้น”

พอได้ฟังคำนี้ก็อดละอายใจไม่ได้ เหมือนโดนด่าอีกแล้ว

“จำไว้นะลูเซียส ฮอร์ครักซ์ทุกชิ้นจะถูกทำลายด้วยของที่มีเพียงชิ้นเดียวในโลกเท่านั้น” 

“และฮอกครักซ์ชิ้นสุดท้ายที่สำคัญที่สุดก็คือ ร่างที่แท้จริงของมัน งูยักษ์นากินีนั่นเอง.........จำไว้ให้ดีนะ”

ดวงตาสีนิลจ้องมองมาให้รับคำ

“ครับ...รับทราบจะจำขึ้นใจเลย”  น้ำเสียงหนักแน่นปนขำ รับคำนั้น

..................................................

......................................................

 

“อดทนไว้ลูเซียส...อีกนิดเดียวเท่านั้น” สีหน้าคนในอ้อมกอดจากเดิมที่ขาวซีดอยู่แล้วเริ่มซีดเซียว อิดโรยอย่างไม่อาจห้ามได้

“ทอม....ทิ้งผมไว้...ที่นี่...รีบหนีไป..”  ริมฝีปากขยับเบาๆ พิษงูช่างร้ายแรงนัก

“ไม่! เธอต้องปลอดภัยนะ  แข็งใจไว้!!”

ใกล้อาณาเขตป้องกัน ไม่อาจใช้คาถาหายตัวเข้าไปได้เลย  จำต้องเดินเท้าเข้าไปเท่านั้น

จากเดิมที่คาดการณ์ไว้   และได้เขียนจดหมายบอกดัมเบิลดอร์ไปว่าจะถึงวันพรุ่งนี้ กลับผิดพลาดไปหมด

จึงไม่แปลกถ้าจะไม่เห็นเงาดัมเบิลดอร์หรือใครมาช่วย

แต่กระนั้นก็ยังแอบหวังไว้ว่าจะมีใครซักคนเดินผ่านมาทางด้านหลังโรงเรียนแถวป่าต้องห้ามนี้ แล้วเห็นเข้า

 

งูยักษ์ยังคงไล่ล่าพวกเขาทั้งสองอย่างไม่ลดละ ขณะที่ผู้เสพความตายคนอื่นๆหยุดยืนดูห่างๆเพราะกลัวโดนลูกหลง

ส่วนผู้คุมวิญญาณก็ล่องลอยอยู่รอบๆเฝ้าดูสถานการณ์เช่นกัน

 

ร่างกายของริดเดิ้ลเอง เริ่มอ่อนแรงทำให้จังหวะทรงตัวผิดพลาด  โดนเขี้ยวงูยักษ์ฝังเข้าไหล่ซ้ายเต็มๆ

ลูเซียสรีบยิงคาถาพิฆาตใส่ร่างงูยักษ์ทันที เพื่อไม่ให้มันฝังรอยเขี้ยวลงไปเยอะกว่านี้

“ทะ..ทอม...ผมจะ..ช่วยคุณเอง” เขาเสกคาถาห้ามเลือดแบบเดิมให้อีกฝ่าย  แล้วใช้แรงที่เหลือรีบประคองร่างนั้นออกเร่งฝีเท้าไปต่อ

แต่สายตาพร่ามัวเต็มที ถ้าเป็นแบบนี้มีหวังไม่รอดแน่...

งูยักษ์สบโอกาสเหมาะ จะเข้าทำร้ายอีกครั้ง 

 

 

แต่ทันใดนั้นเอง ลำแสงสีขาวก็พุ่งตรงมาขวางไว้ทัน

และปรากฏร่างชายผู้หนึ่ง ดูสง่าน่าเกรงขาม ยืนอยู่หน้าทางเข้าเขตป้องกัน

“ดัม..เบิลดอร์”  ทอม ริดเดิ้ล เอ่ยชื่อนั้น ชื่อผู้ที่มาช่วยพวกเค้าได้ทันท่วงที

 

งูยักษ์โกรธมาก  นัยน์ตามุ่งร้าย จ้องมองไปที่ศัตรูตัวฉกาจ

“ดัมเบิลดอร์!!!! แก!!!”

น้ำเสียงที่เปล่งออกมาแสดงออกถึงความโกรธที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น

มันจ้องเข้าเล่นงานร่างนั้นทันที  การต่อสู้ที่รุนแรงจึงเกิดขึ้น เป็นศึกที่ไม่ได้นัดหมายล่วงหน้ามาก่อน

ด้วยคาถารุนแรงของทั้งสองผู้ยิ่งใหญ่ที่ยิงใส่กัน  กระเด็นไปโดนม่านของเขตป้องกันเป็นระยะๆ  ถ้าเป็นแบบนี้นานเข้า ม่านบาเรียที่สร้างไว้อาจได้รับอันตรายได้

ข้อนี้ดัมเบิลดอร์จึงมิอาจมองข้ามได้  ในใจจึงอยากเร่งปิดฉากการต่อสู้ครั้งนี้โดยเร็ว เพราะเหล่ากองทัพของเค้า ยังไม่พร้อมกับการต่อสู้ในเวลานี้  เขาต้องยิงคาถาสกัดกั้นจอมมารไม่ให้เข้าใกล้อาณาเขตป้องกันได้ และยังต้องคอยเก็บกวาดพวกผู้เสพความตาย และผู้คุมวิญญาณที่อยู่รอบๆด้วย  ส่งผลให้ร่างกายที่อ่อนแออยู่แล้วในตอนแรก ร่างของชายชราที่รู้ดีว่าคงมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นานนั้นแทบจะทรงตัวไว้ไม่อยู่   ทอม ริดเดิ้ลที่กำลังจะแย่ด้วยพิษร้าย ได้สังเกตเห็นถึงความผิดปกติดังกล่าว จึงฝืนใช้พลังกายที่มีอยู่น้อยนิด ผลักลูเซียสที่กำลังประคองเขาอยู่เข้าไปอยู่ในเขตป้องกันได้เป็นผลสำเร็จ

เป็นช่วงเวลาที่พอดิบพอดีกับ ร่างของเด็กชายผมบลอนด์ได้วิ่งเข้ามารับร่างที่เซเข้ามาในเขตป้องกันได้ทัน

“พ่อ!!!  พ่อ!ทำใจดีๆไว้นะครับ”

“ดะ เดรโก?...” นัยน์ตาพร่ามัวค่อยๆเพ่งมองใบหน้าลูกชายคนเดียวของเขา ใบหน้าที่ละม้ายคล้ายเขาอย่างกับแกะ

นาร์ซิสซาภรรยาของเขานั่งลงข้างๆ รีบเสกคาถาช่วยระงับการแพร่ของพิษร้ายนั้นทันที

 

ตอนนี้ลูเซียสอยู่ในที่ที่ปลอดภัยแล้ว......

‘ลูเซียส ที่รัก.....เธอจงมีชีวิตต่อไป....เธอมีครอบครัวที่น่ารักรอคอยอยู่’

ร่างที่ซีดเซียว  สั่นเทาเล็กน้อยด้วยพิษร้าย เลือดสีแดงฉานไหลเป็นทางจากบาดแผลที่ได้รับ หันมาส่งยิ้มบางๆให้

พร้อมด้วยสายตาแห่งความปรารถนาดีที่จะมีให้ตลอดไป.....

แล้วร่างนั้นก็หันหลังก้าวเดินออกไป ยังขุมนรกเบื้องหน้า

“ทอม!!! ดะ ได้โปรดด อย่ากลับไป!!”  ร่างที่นอนอยู่ในอ้อมกอดของเดรโกตะโกนเรียก

ชายผู้เปรียบเสมือนเกราะป้องกันแก่มารร้าย ตอนนี้ได้ทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันอีกครั้ง แต่คราวนี้เป็นการทำเพื่อปกป้องอีกคนแทน

“ดัม..เบิลดอร์....ผม...ขอบคุณ..ในทุกสิ่ง”   มันคงไม่สายไปที่จะเอ่ยคำนี้ ต่อผู้มีพระคุณของเขา

ร่างที่อ่อนแรงของดัมเบิลดอร์ถูกดันเข้ามาในเขตป้องกัน

บัดนี้เหลือเพียงชายผู้เดียวที่ยังคงยืนหยัดต่อสู้อยู่หน้าเขตปลอดภัยนั้น เพื่อไล่พวกมารร้ายกลับไป

ด้วยพลังกายที่เหลือน้อยเต็มที บัดนี้ร่างนั้นได้ทรุดลงกับพื้นดิน ท่ามกลางความตื่นตระหนกของผู้ที่ได้รับการปกป้องทั้งหลาย

ร่างของงูยักษ์ได้ม้วนตัวรัดรอบกายชายผู้นั้นไว้

ร่างนั้นถูกยกขึ้นสูง เสียงหัวเราะปนเสียงขู่ฟ่อด้วยความมีชัยดังขึ้น  ภาพนั้นสะกดทุกโสตประสาทของผู้ที่ได้พบเห็น

 

“มะ ไม่!!!!” ร่างของผู้เป็นที่รักถูกบีบรัดด้วยลำตัวของงูขนาดใหญ่ ยกขึ้นสูงตระหง่าน    มีผู้คุมวิญญาณสองสามตัวลอยเข้ามาใกล้

“ลูเซียสทาสผู้ทรยศ  ดัมเบิลดอร์ รวมทั้งพวกแกทุกคน จงเปิดตาดูซะ  และจงจดจำภาพเหล่านี้ไว้ในทุกโสตประสาทของร่างกาย”

“จำไว้ว่า  ผู้ที่เป็นปรปักษ์กับข้าทุกคน  จะต้องมีชะตากรรมแบบเดียวกันนี้!!”  เสียงแหบพร่ามีอำนาจของงูถูกเปล่งออกมาด้วยความสะใจ

ทันที่ที่สิ้นเสียงนั้น  เส้นสายแห่งวิญญาณของร่างที่ถูกบีบรัดไว้ ได้ถูกกลืนกินช้าๆ โดยเหล่าผู้คุมวิญญาณ พวกมันดูมีความสุขราวกับได้กินของที่อร่อยที่สุดในโลก

จบสิ้นแล้ว.....................

...............................................

 

นัยน์ตาพร่ามัวของผมเบิกกว้าง จิตใจแหลกสลายไม่มีชิ้นดี จดจำภาพเหล่านั้นได้ทุกชั่วขณะจิต

ในใจเฝ้าภาวนาให้มีชีวิตอยู่รอด เพื่ออยู่รอสงครามครั้งสุดท้าย  เฝ้าดูจุดจบของมัน

ทุกอย่างที่ทอมบอกไว้เกี่ยวกับจุดอ่อนของมัน  ผมไม่รอช้าที่จะบอกมันออกไป ทำทุกทางเพื่อให้มันตายอย่างทรมานที่สุด

 

เมื่อสงครามมาถึง ผมเฝ้ามองดูมันตลอดเวลา ร่างที่มันใช้ในการต่อสู้เป็นร่างของทอม ร่างที่เจ้าของไม่เต็มใจมอบให้ โดยมีงูยักษ์นากินีซึ่งเป็นร่างที่แท้จริง อยู่ข้างๆกายของมันตลอดเวลา  ทั้งๆที่มันคอยเฝ้าระวังไม่ให้ใครเข้ามาใกล้ร่างที่แท้จริงของมันแล้ว  แต่ก็ยังไม่วาย  ร่างของงูยักษ์ถูกฟันขาดเป็นสองท่อนจากน้ำมือของเด็กลองบัตท่อม   ภาพนั้นทำให้ผมรู้สึกสะใจอย่างมาก แต่ก็ยังไม่เท่าตอนที่เห็นร่างของมันลอยขึ้นแล้วตกลงมาตายด้วยคาถาสะท้อนกลับของตัวมันเอง

เสียงโห่ร้องดีใจดังสนั่นไปทั่ว  สงครามยุติลงแล้ว.........พร้อมกับความแค้นของผม

หลังจากนั้นผมได้ขอเก็บร่างที่แน่นิ่งของทอมไว้อย่างดีที่คฤหาสน์ของผม  แม้เหตุการณ์จะผ่านพ้นไปแล้ว แม้ทุกสิ่งทุกอย่างไม่อาจหวนคืนมาได้  แต่ผมจะขอเก็บความทรงจำที่แสนดีเกี่ยวกับเขาไว้ตลอดไป

‘ทอม ริดเดิ้ล ที่รัก’

.............................................................

 

ผ่านมาหนึ่งปีเต็ม เมื่อสิ้นจอมมารแล้ว ทุกคนก็ได้กลับมามีชีวิตที่สงบสุขอีกครั้ง พวกผู้เสพความตายบางคนถูกรับโทษตามที่ได้ก่อไว้  ส่วนผมและครอบครัวได้รับอภัยโทษ เพราะกลับตัวทัน แต่ก็ต้องถูกยึดทรัพย์บางส่วนเข้าการกุศลเพื่อผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์นี้

 

แต่เป็นเรื่องน่าแปลก ที่เมื่อจอมมารสิ้นไป ตรามารของพวกผู้เสพความตายทุกคนก็สลายหายไปด้วย  แต่ทว่าตรามารของผม  ไม่สิ! ตราที่ทอม ริดเดิ้ล ได้ทำให้ผมไว้ มันยังคงอยู่ชัดเจนเหมือนเดิม เหมือนจงใจแกล้งให้ผมตกอยู่ในผวังแห่งรักที่มีต่อเขาตลอดเวลา  ไม่มีทางหลุดพ้นจากพันธนาการนี้ไปได้

“ทอม ริดเดิ้ล ผมคิดถึงคุณเหลือเกิน” ฝ่ามือลูบไล้ที่ตรานั้นเบาๆ เพียงหวังว่าเศษเสี้ยววิญญาณของคุณ อาจรับรู้ได้  เหมือนที่คุณเคยบอกไว้   

เพียงสัมผัสรอยนี้ เธอจะรู้สึกถึงชั้น และชั้นจะรู้สึกถึงเธอ เราจะสื่อถึงกันได้เสมอ’**

 

ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น

“ทอม!?” รึว่า!!?

 

ร่างของเด็กหนุ่มผมบลอนด์ค่อยๆเปิดประตู โผล่หน้าออกมาช้าๆ

 

“อะ อ้าว เดรโกเองรึ? มีอะไรรึเปล่า?”

ที่แท้ก็เป็นเจ้าลูกชายนี่เอง

 

“ท่านรัฐมนตรีมาหาครับ บอกว่าจะมาคุยเรื่องกองทุนเพื่อผู้ได้รับบาดเจ็บน่ะครับ”

“อ้อ  อืม...รับรองท่านไปก่อนนะ แล้วบอกว่าเดี๋ยวชั้นตามลงไป ขอแต่งตัวซักครู่”  พอสิ้นเสียง เจ้าลูกชายก็รีบรับคำและจากไป

 

“หึ...คิดอะไรอยู่นะเรา...ไปหวังในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้...”  เค้าตายไปแล้ว  นี่แหละคือความจริง.....

 

 

ปัง!!

เสียงประตูระเบียงเปิดออกกระแทกกำแพงห้อง ลมหนาวจากภายนอกพัดผ่านเข้ามา

 

“เอ๊ะ!? เมื่อครู่ล็อคประตูไปแล้วนี่นา”  กลอนประตูเสียรึไงกัน?

 

“เสียเวลาจริง” ต้องรีบไปพบท่านรัฐมนตรีด้วย

ขณะที่กำลังเดินไปปิดประตูนั้น  เก้าอี้โยกกลางห้องก็ขยับช้าๆ

ดวงตาผมจับจ้องมองไปยังเก้าอี้ตัวนั้น 

“เอ๊ะ!”

 

เมื่อเพ่งสายตามองดีๆ กลับกลายเป็นเงามืดของใครซักคนนั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวนั้น

รึว่า!!?

 

“คะใคร..ใครน่ะ?”

 

ร่างนั้นค่อยๆขยับกายลุกขึ้นช้าๆ

และหันมาสบตา

 

“!!!!”

 

“ชั้นเอง....ลูเซียสที่รัก”

 

“ทอม ริดเดิ้ล!!!!”

 

 

Fin.

 

** Dark Mark EP7

Comment

Comment:

Tweet

ขอบใจจ้า ที่ติดตามฟิกบ้านๆของพี่ อิอิ
ส่วนตอนพิเศษตอนนี้ยังคิดพล๊อตไม่ออกเลยจ้า หุหุ ริสมองแล่นก่อนน๊า

ปล.รอฟิกของไฮด์อยู่ด้วยนะจ๊า ว่างๆแต่งให้อ่านบ้างน๊า อิอิ

#2 By Voldemortz on 2011-07-06 17:22

กรี๊ดให้ลั่นบล็อค ค คค !!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
กระทืบไลค์สักพันรอบ ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
จบได้งดงามมากอ่ะ ประทับใจค่ะ ประทับใจมากๆ พี่เฟยช่วยชีวิตเด็กม.ปลายคนนี้ให้มีชีวิตชีวาขึ้นอีกครั้ง (เวอร์ไปละ - -*)
ทอมน่ารักอ่ะ >\\\\\\< รักตายเลยอย่างนี้ กรี๊ดดดดด (อีกรอบ) แทบน้ำตาเล็ดค่ะ ซึ้งมากตอนที่ทอมหายไป มีตอนพิเศษปะ แบบว่าฉากพิเศษหลังจากกับทอม (หุหุ ยิ้มอย่างชั่วร้าย =__,= )

ขอบคุณที่แต่งฟิคดีๆมาให้อ่านนะค่ะ อาจมาเห็นช้าไปหน่อยพอดีเรียนหนัก คันมือมากอยากแต่งฟิคแต่ไม่มีเวลา คันมือไปหมดแล้ว วว ว

พร่ามยาวไปแหละ ยังไงก็ผลิตงานดีๆออกมาให้อ่านอีกนะค่ะ คู่แรร์แบบนี้หาคนอุดมการณ์เดียวกันยาก

ขอบคุณอีกรอบค่ะ ^^

#1 By HIDE.Dawn on 2011-06-27 20:33